4 อาหาร ลดอาการตาแห้ง

posted on 23 Sep 2008 09:53 by jakkapan18

4 อาหาร ลดอาการตาแห้ง




          คุณเคยรู้สึกตาแห้ง ตาพร่ามัว หรือฝืดเคืองตา ต้องกระพริบตาถี่ๆ คล้ายมีเศษผงเข้าตา จนทำให้มองภาพไม่ชัด หรือบางครั้งมีขี้ตาออกมาเป็นเมือกเหนียวกันบ้างไหมคะ ถ้ามี... แสดงว่าคุณกำลังมีอาการตาแห้งแล้วล่ะ


สำรวจสาเหตุของอาการตาแห้ง 

          ตาแห้งเป็นอาการที่มีความผิดปกติของน้ำตา โดยปกติดวงตาของคนเราจะมีปริมาณน้ำตาเพียงพอที่จะมาหล่อเลี้ยงหรือให้ความชุ่มชื้นกับดวงตา รวมถึงฉาบกระจกตา ทำให้การมองเห็นชัดเจน 

          ส่วนอาการตาแห้งเกิดจากการมีปริมาณน้ำตาน้อย หรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดีพอ ซึ่งน้ำตาที่ดีมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ไขมัน น้ำใส และเมือก หากส่วนประกอบ 1 ใน 3 ของน้ำตาขาดความสมดุลหรือไม่มีคุณภาพ จะทำให้ตาแห้งได้ 

          อาการนี้เป็นได้ทุกเพศ แต่มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และจะพบมากขึ้นตามวัย โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน เป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง ทำให้สารคัดหลั่งต่างๆ ในร่างกาย รวมทั้งน้ำตาก็ลดปริมาณลงไปด้วย 

          อาการดังกล่าวยังเกิดได้จากอีกหลายสาเหตุ ดังนี้  

           ภาวะที่ทำให้เส้นประสาทรับความรู้สึกที่ตาลดลง เช่น การใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีคุณภาพ การผ่าตัดกระจกตาหรือเปลี่ยนกระจกตา การอักเสบของกระจกตาจากเชื้อเริม นอกจากนี้ยังรวมถึงการเป็นอัมพฤกษ์ที่ใบหน้า   

           โรคที่ผิดปกติทางภาวะภูมิคุ้มกัน (Autoimmune) เช่น โรค Sjogren's Syndrome ซึ่งมีอาการตาแห้งร่วมกับข้ออักเสบและปากแห้ง โรคข้อบางชนิด หรือโรคเอดส์   

           โรคบางชนิด ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบกับเยื่อบุตา เช่น กลุ่มอาการแพ้ยา อย่างสตีเวนจอห์นสัน (Stevens-Johnson) ริดสีดวงตา และเบาหวาน   

           การทำงานของเปลือกตาบกพร่อง เช่น หลับตาไม่สนิท กะพริบตาน้อย เปลือกตาผิดรูป   

           สภาพแวดล้อม เช่น อยู่ในห้องปรับอากาศที่มีอากาศแห้ง หรือมีฝุ่นควัน ลม และแดดจ้า   

           อาชีพที่ต้องใช้สายตาจ้องเป็นเวลานาน เช่น พนักงานคอมพิวเตอร์ ช่างอ๊อกเหล็ก หรือยามที่เฝ้ากล้องวงจรปิด 

          แต่ก็อย่าเพิ่งกังวลใจกันไปค่ะ เพราะผู้ที่มีอาการตาแห้งส่วนใหญ่มักเป็นในระดับไม่รุนแรง แค่ก่อความรำคาญใจ แต่ไม่ทำให้ตาบอดได้

เทคนิคเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา  

           กระพริบตาถี่ๆ ในภาวะปกติคนเราจะกระพริบตานาทีละ 20 - 22 ครั้ง ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา แต่ถ้าในขณะที่จ้องหรือเพ่งตาค้างไว้นานกว่าปกติ เช่น เวลาที่เราอ่านหนังสือ ดูทีวีหรือจ้องคอมพิวเตอร์ จะทำให้เรากระพริบตาเพียง 8 - 10 ครั้ง น้ำตาก็จะระเหยออกไปมาก ทำให้ตาแห้งเพิ่มขึ้น จึงควรพักสายตาระยะสั้นๆ โดยการหลับตา หรือกระพริบตาอย่างช้าๆ หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถประมาณ 2 - 3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง  

           ประคบดวงตาด้วยน้ำเย็น แช่ผ้าขนหนูผืนเล็ก 2 ผืนในน้ำเย็น หยิบขึ้นมา 1 ผืน บิดพอหมาดและพับทบเป็นผืนยาว วางปิดดวงตาไว้ทั้งสองข้างนานประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าผ้าจะหายเย็น แล้วจึงใช้ผ้าอีกผืนหนึ่งประคบ สลับกันไปมา จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาของคุณได้เช่นกัน

กินอาหาร ลดอาการตาแห้ง  

           กล้วย กินกล้วยทุกวัน เพราะกล้วยมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะทำงานร่วมกับโซเดียมเพื่อรักษาภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย และช่วยให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นอยู่เสมอ   

           ถั่วประเภทนัท (Nut) ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะวอลนัต ควรรับประทานวันละประมาณ 1 กำมือ เพราะถั่วประเภทนี้มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวหรือกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำตา   

           ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า หรือปลาแซลมอน เพราะมีกรดไขมันที่จำเป็นหรือโอเมก้า-3 ด้วย   

           น้ำมันปอ (Flexseed oil) หรือน้ำมันเมล็ดลินิน จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมกรดไขมันโอเมก้า-3 อย่างเพียงพอ โดยรับประทานวันละ 1 ช้อนโต๊ะ หรือผสมในซีเรียลแล้วรับประทานก็ได้

ปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม  

            หลีกเลี่ยงการทำงานในบริเวณที่มีแสงจ้าและลมแรง เพราะจะทำให้ตาแห้งเร็ว ควรใส่แว่นกันแดดช่วย โดยเลือกแว่นขนาดใหญ่ที่มีขอบด้านข้าง เพื่อช่วยลดการระเหยของน้ำตา   

           หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศแห้ง และเย็นจัด เช่น ห้องปรับอากาศ ตลอดจนหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นละอองและควันต่างๆ เช่น บุหรี่ ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคืองตา   

           อย่าเป่าลมร้อนจากเครื่องเป่าผมเข้าตาโดยตรง รวมทั้งปรับไม่ให้เครื่องปรับอากาศหรือพัดลมเป่าโดนตาหรือใบหน้าโดยตรง   

           พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนไม่พออาจทำให้ตาแห้งและตาแดงช้ำ เนื่องจากเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงดวงตาบวม การพักผ่อนให้สมดุลจึงดีต่อดวงตาที่สุด



 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

ข้อมูลจาก Forward mail
แต่งโดย คุณ Tohto 
ภาพประกอบจาก kapook.com




ผมเป็นคนหนึ่ง ที่คบกับแฟนอยู่
และแฟนคนนี้เค้าเคยบอกผมว่า . . . เค้ารักผม





แต่จนมาถึงวันหนึ่ง  . . .วันที่เค้าเริ่มเปลี่ยนไป
ผมก็ถามว่ายังรักกันหรือเปล่า?
เค้ากลับบอกว่า . . .เค้ามีความรู้สึกดีๆ ให้
แต่คำว่ารักของเค้า มันยิ่งใหญ่
เค้าจะเก็บไว้ให้ คนที่เค้าจะแต่งงานเท่านั้น






ผมก็อึ้งเลย . . .เมื่อก่อนเค้าเคยพูดได้
แต่พอเค้าเปลี่ยนไป กลับพูดไม่ได้
แล้วบอกว่า . . . มันเป็นความรู้สึกดีๆ แทน 


 


แต่ทุกวันนี้ . . . ก็คบกันอยู่ โดยที่เค้าไม่ได้รักผม
ผมทำดีกับเค้าตลอด ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไร
ผมก็ยอมเค้าตลอด ไม่เคยเถียงไม่เคยขึ้นเสียง





เค้าคบกับผมอยู่เพราะอะไร?
เพราะสงสารกันเหรอ . . .
หรือว่ากลัวเสียคนดีๆ ไป
ไม่เข้าใจจริงๆ



 คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ 



  

ทำไมต้องมีความรัก???

posted on 15 Sep 2008 09:30 by jakkapan18

 ทำไมคนเราต้องมีความรัก...

....ก็เพราะว่าเราทุกคนล้วนมีหัวใจ




ทำไมคนเราจึงต้องโหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา...

....ก็เพราะเราต้องการใครสักคนมาช่วยเราดูแลหัวใจของเรา




ทำไมคนเราถึงไม่เคยพอกับความรัก...

....ก็เพราะว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อรักใครคนเดียว




ทำไมคนบางคนถึงไม่เคยพบกับความรักสักที...

....ก็เพราะว่าเขาไม่เคยเปิดใจตัวเองให้ใคร




ทำไมคนบางคนไม่เคยเปิดใจตัวเองให้ใคร...

....ก็เพราะว่าเขาอาจจะกำลังรอใครสักคนอยู่




ทำไมคนบางคนถึงต้องอกหักอยู่บ่อย...

....ก็เพราะว่าเขาปล่อยใจตัวเองตกหลุมรักอยู่ตลอดเวลา




ไม่ต้องเสียใจที่เขาไม่รักเรา...

....เพราะเราและเขาอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อรักกัน




ทำไมคนบางคนไม่เคยสมหวังกับความรัก...

....ก็เพราะว่าเขาอาจจะยังไม่เจอคู่แท้ของเขา




ทำไมคนบางคนยังไม่! พบคู่แท้ของเขา..! .

....ก็เพราะว่าเขาอาจจะไม่เคยตามหาเลยก็ได้




ทำไมเราควรจะทำตัวเราให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา...

....ก็เพราะว่าเราไม่รู้ว่าจะได้เจอคนที่ถูกใจเมื่อไร




ไม่ต้องเสียใจที่เรายังไม่เจอคนที่เรารัก...

....เพราะว่าเมื่อเราเจอเขาคนนั้นเมื่อไร

เราจะรู้ว่ามันคุ้มค่ามากแค่ไหนกับเวลาที่เรารอคอย




จงทะนุถนอมหัวใจของเราไว้ให้ดี...

....เพราะว่าเมื่อเราเจอคนที่ใช่ จะได้มอบมันให้เขาด้วยความภูมิใจ




อย่าปล่อยให้โชคชะตาลิขิตชีวิตเราทั้งหมด...

....แต่จงใช้มันเป็นเครื่องนำทางในการดำเนินชีวิต




โชคชะตาสามารถทำให้เราพบคนที่ถูกใจ...

....แต่ตัวเราเองเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาคนนั้นรักเราได้ 

 

 

ทำไมคนเราต้องมีความรัก...

....ก็เพราะว่าเราทุกคนล้วนมีหัวใจ




ทำไมคนเราจึงต้องโหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา...

....ก็เพราะเราต้องการใครสักคนมาช่วยเราดูแลหัวใจของเรา




ทำไมคนเราถึงไม่เคยพอกับความรัก...

....ก็เพราะว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อรักใครคนเดียว




ทำไมคนบางคนถึงไม่เคยพบกับความรักสักที...

....ก็เพราะว่าเขาไม่เคยเปิดใจตัวเองให้ใคร




ทำไมคนบางคนไม่เคยเปิดใจตัวเองให้ใคร...

....ก็เพราะว่าเขาอาจจะกำลังรอใครสักคนอยู่




ทำไมคนบางคนถึงต้องอกหักอยู่บ่อย...

....ก็เพราะว่าเขาปล่อยใจตัวเองตกหลุมรักอยู่ตลอดเวลา




ไม่ต้องเสียใจที่เขาไม่รักเรา...

....เพราะเราและเขาอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อรักกัน




ทำไมคนบางคนไม่เคยสมหวังกับความรัก...

....ก็เพราะว่าเขาอาจจะยังไม่เจอคู่แท้ของเขา




ทำไมคนบางคนยังไม่! พบคู่แท้ของเขา..! .

....ก็เพราะว่าเขาอาจจะไม่เคยตามหาเลยก็ได้




ทำไมเราควรจะทำตัวเราให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา...

....ก็เพราะว่าเราไม่รู้ว่าจะได้เจอคนที่ถูกใจเมื่อไร




ไม่ต้องเสียใจที่เรายังไม่เจอคนที่เรารัก...

....เพราะว่าเมื่อเราเจอเขาคนนั้นเมื่อไร

เราจะรู้ว่ามันคุ้มค่ามากแค่ไหนกับเวลาที่เรารอคอย




จงทะนุถนอมหัวใจของเราไว้ให้ดี...

....เพราะว่าเมื่อเราเจอคนที่ใช่ จะได้มอบมันให้เขาด้วยความภูมิใจ




อย่าปล่อยให้โชคชะตาลิขิตชีวิตเราทั้งหมด...

....แต่จงใช้มันเป็นเครื่องนำทางในการดำเนินชีวิต




โชคชะตาสามารถทำให้เราพบคนที่ถูกใจ...

....แต่ตัวเราเองเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาคนนั้นรักเราได้